Joshua Kimmich กล่าวว่า บาเยิร์น มิวนิค จะ “เรียนรู้มากมาย” จากการพ่ายแพ้ต่ออาร์เซนอล
เกมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกระหว่าง อาร์เซน่อล vs บาเยิร์น มิวนิค ที่จบลงด้วยสกอร์ 3-1 กลายเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในยุโรปช่วงสัปดาห์นี้ ไม่ใช่เพียงเพราะชัยชนะของอาร์เซน่อล แต่เพราะรูปแบบการเล่นที่สะท้อนระดับที่แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างทั้งสองทีม ของ Joshua Kimmich
บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเป็นสโมสรที่คุ้นเคยกับมาตรฐานสูงสุดของฟุตบอลยุโรป ต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่เจ็บปวดว่าในเกมนี้พวกเขาเป็นฝ่ายตามหลังในแทบทุกมิติ ตั้งแต่ความเร็ว ความเข้มข้น การตัดสินใจ ไปจนถึงวินัยแท็กติก
แต่ท่ามกลางความผิดหวัง โจชัว คิมมิช (Joshua Kimmich) หนึ่งในผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญและเป็นผู้นำเชิงบุคลิกภาพของทีม ออกมายืนยันว่า “นี่คือบทเรียนสำคัญ” และบาเยิร์นจะกลับมาได้แน่นอน เพราะช่วงเวลาแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และทีมก็ผ่านมันมาได้หลายครั้ง
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าเกิดอะไรขึ้นในเกมนี้ ทำไมอาร์เซน่อลจึงเหนือกว่า และเหตุใดคิมมิชถึงเชื่อว่าความพ่ายแพ้ครั้งนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาใหม่ของบาเยิร์น
ภาพรวมของเกม: อาร์เซน่อลเหนือกว่าในทุกด้าน
ตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก อาร์เซน่อลเล่นด้วยความมุ่งมั่นที่สูงมาก พวกเขาไล่บีบบอลเร็ว บีบพื้นที่แน่น และบังคับให้บาเยิร์นเสียจังหวะตั้งแต่แดนหลัง
ความหิวกระหายของอาร์เซน่อลเห็นได้ชัด
- วิ่งไล่ไม่มีหยุด
- เปลี่ยนจังหวะเกมเร็ว
- กดดันจนคู่แข่งเสียบอล
- จบสกอร์เฉียบคมกว่า
ตรงกันข้ามกับบาเยิร์นที่ดูช้า อึดอัด และขาดจังหวะในเกมรุกอย่างผิดปกติ แม้จะมีช่วงที่เล่นดี แต่ก็ไม่สามารถรักษาระดับความเข้มข้นไว้ได้
ความเหนือกว่าของอาร์เซน่อลแสดงออกชัดเจนในครึ่งหลัง ซึ่งเป็นช่วงที่บาเยิร์นเริ่มหมดแรง กองกลางถูกแซงในความเร็ว และเกมรับถูกบีบจนเสียสมาธิ
คิมมิช: ความพ่ายแพ้นี้คือ “จุดเปลี่ยน” ไม่ใช่ “จุดจบ”
แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ แต่คิมมิชกลับมองอีกมุมหนึ่ง เขาบอกว่า:
“ผมมั่นใจว่าเราจะเรียนรู้อะไรมากมายจากเกมนี้ เราเคยมีเกมที่แย่แบบนี้มาแล้วเหมือนเกมกับบาร์เซโลนาเมื่อปีก่อน และเราก็เรียนรู้จากมันได้”
คำพูดนี้สะท้อนบุคลิกความเป็นผู้นำของคิมมิช
เขาไม่มองความพ่ายแพ้เป็นจุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา
เหตุผลที่เขามั่นใจ?
- บาเยิร์นเป็นทีมที่ “ตอบสนองหลังความพ่ายแพ้” ได้ดีเสมอ
- ผู้เล่นชุดนี้มีประสบการณ์ UCL สูง
- โค้ชของทีมมักใช้เกมใหญ่เป็นบทเรียนเพื่อสร้างระบบให้แกร่งยิ่งขึ้น
และตามประวัติที่ผ่านมา บาเยิร์นเคยแพ้แบบเจ็บหลายครั้ง แต่พวกเขาก็กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมเสมอ
จุดอ่อนที่ถูกเปิดเผย: สิ่งที่ทีมต้องรีบแก้ไข
ผลการแข่งขัน 3-1 ไม่ได้เกิดจากจังหวะเดียว แต่เกิดจากข้อผิดพลาดหลายจุดสะสมกัน เช่น
• เกมรับลูกตั้งเตะ (Set Piece) ที่ยังไม่นิ่ง
เสียประตูแรกจากลูกเตะมุม — ปัญหาที่ถูกพูดถึงหลายสัปดาห์
บาเยิร์นต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะในยุโรปทีมชั้นนำลงโทษได้เสมอ
• การตัดสินใจในแดนสาม (Final Third Decision-Making)
มีหลายจังหวะที่บาเยิร์นน่าจะจบสกอร์ได้ดีกว่านี้ แต่เลือกผิดทาง
จ่ายผิดจังหวะ
ยิงตอนที่ควรจ่าย
ช้าไปหนึ่งจังหวะจนโดนอาร์เซน่อลเพรสคืน
• การแพ้ความเร็วในแดนกลาง
ทั้งในเกมสวนกลับและการแย่งบอล อาร์เซน่อลดูเหนือกว่า
Rice, Odegaard, และ Havertz ทำให้แดนกลางของบาเยิร์นดูล้าและงงกับการเคลื่อนที่ตลอดเวลา
• ความผิดพลาดระหว่างบล็อกป้องกัน
การเชื่อมระหว่างกองหลัง–กองกลางขาดรอยต่อ
ทำให้มีช่องให้ปีกอาร์เซน่อลใช้ความเร็วฉีกเกมง่ายเกินไป
แง่มุมแท็กติกที่ทำให้บาเยิร์นเสียเปรียบ
นอกจากฟอร์มการเล่นของแต่ละคน ปัจจัยด้านแท็กติกก็มีส่วนอย่างมาก
• อาร์เซน่อลขึ้นเกมด้านข้างได้ง่ายเกินไป
บาเยิร์นมักถูกฉีกออกด้านซ้ายและขวา และกว่าจะปิดพื้นที่ได้ก็ช้าไปหนึ่งจังหวะ
• การดันไลน์สูงที่ไม่สมดุล
บาเยิร์นต้องการเล่นเกมรุกให้ต่อเนื่อง แต่การดันสูงในช่วงที่ทีมล้า กลับทำให้พื้นที่ด้านหลังเปิดกว้างจนถูกลงโทษง่าย
• เพรสซิ่งของอาร์เซน่อลมีวินัยกว่า
เพรสเป็นทีม
มีการคอลเลคชั่นชัดเจน
รู้ว่าจะกดตรงไหน
บาเยิร์นจึงเสียจังหวะตั้งแต่ต้นทาง
ความคล้ายกับเกม “บาร์เซโลนา” ที่คิมมิชพูดถึง
คิมมิชพูดถึงเกมกับบาร์เซโลนาปีที่แล้ว ซึ่งบาเยิร์นเล่นผิดฟอร์มแต่กลับใช้เกมนั้นเป็นบทเรียนจนฟอร์มดีขึ้นมากในช่วงปลายฤดูกาล
สาเหตุที่เขายกตัวอย่างเกมนั้นเป็นเพราะ:
- เป็นเกมที่ทีมเสียกระบวน
- แก้เกมไม่ทัน
- ถูกลงโทษในจังหวะเล็ก ๆ
- แต่หลังจากนั้นทีมกลับจัดระบบใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
เขาจึงมั่นใจว่าครั้งนี้จะเหมือนกัน
จุดแข็งของบาเยิร์นที่ยังคงอยู่ และสามารถสร้างต่อยอดได้
แม้จะเป็นวันที่ฟอร์มไม่ดี แต่บาเยิร์นก็ยังมีสิ่งที่สามารถต่อยอดได้ เช่น:
• ความสามารถในการปรับระบบจากเกมต่อเกม
ทีมมีโค้ชที่พร้อมเปลี่ยนแท็กติกได้เสมอ
• ขุมกำลังที่มีความลึก
นักเตะแต่ละคนผ่านเกมระดับสูงมาแล้ว
จึงไม่ใช่เรื่องยากในการรีเซ็ตสภาพจิตใจ
• ผู้นำในทีมหลายคนพร้อมรับผิดชอบ
คิมมิชคือหนึ่งในนั้น
นอยเออร์
มัธไธส์ เดอ ลิกต์
นักเตะเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นตัวของทีม
ทำไมคิมมิชถึงมองว่าความพ่ายแพ้นี้ “จำเป็น”
ในฟุตบอล บางครั้งทีมต้องพ่ายแพ้เพื่อมองเห็นข้อบกพร่องที่ถูกปิดบังไว้ในช่วงที่ฟอร์มดี
คิมมิชเห็นว่า:
- เกมนี้ทำให้บาเยิร์นรู้จุดอ่อนที่แท้จริง
- ทำให้ทีมต้องกลับไปซ้อมหนักขึ้น
- ทำให้ทีมไม่ประมาทคู่แข่ง
- และช่วยให้เกิดความสามัคคีมากขึ้นในห้องแต่งตัว
โดยเฉพาะการป้องกันลูกตั้งเตะที่ต้องแก้อย่างจริงจัง
บทเรียนสำคัญ: ต้องกลับมาเป็น “บาเยิร์นในแบบที่ทุกคนรู้จัก”
ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับทีมใหญ่
แต่สิ่งสำคัญคือ “การตอบสนอง”
บาเยิร์นที่ทุกคนรู้จักคือทีมที่:
- พ่ายหนึ่งเกม แต่กลับมาชนะ 5 เกมติด
- เรียนรู้เร็ว
- แก้ระบบได้ดี
- และสร้างแรงกดดันให้คู่แข่งจนหัวหมุน
หากพวกเขาทำได้เหมือนอดีต ความพ่ายแพ้ครั้งนี้จะถูกลืมอย่างรวดเร็ว
แต่ถ้าพวกเขายังแก้จุดเดิมไม่ได้ — ปัญหานี้จะย้อนกลับมาอีก
มุมมองต่ออนาคต: เส้นทางของบาเยิร์นยังอีกยาว
คิมมิชกล่าวว่าเกมนี้คือ “ก้าวหนึ่งของการพัฒนา”
และความจริงคือฤดูกาลยังมีอีกหลายบท หลายเกมใหญ่ และหลายโอกาสที่บาเยิร์นจะพิสูจน์ตัวเอง
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ:
- บทบาทในแดนกลางของคิมมิชหลังเกมนี้
- การแก้ปัญหาเกมเปิดพื้นที่
- การตอบสนองในแมตช์ถัดไป
- ความพร้อมของผู้เล่นตัวหลักเช่น Kane และ Musiala
หากทีมตอบสนองได้ดี เกมนี้จะกลายเป็น “พื้นฐานของการกลับมา”
สรุป
แม้จะพ่ายแพ้อาร์เซน่อล 3-1 อย่างเจ็บปวด แต่ในสายตาของโจชัว คิมมิช นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็น “ห้องเรียนบทใหม่ของบาเยิร์น”
บทเรียนจากเกมนี้อาจเป็นส่วนที่ทำให้ทีมกลับมาน่ากลัวกว่าเดิมในช่วงท้ายฤดูกาล
บาเยิร์นเคยล้ม และลุกขึ้นได้เสมอ
ครั้งนี้ก็เช่นกัน
อยากตามฟุตบอลให้สนุกขึ้น พร้อมข้อมูลวิเคราะห์ที่ช่วยให้ดูเกมได้มันกว่าเดิมไหม?
ค้นหาประสบการณ์แบบใหม่ที่เข้าใจคอบอลโดยเฉพาะ คลิกที่นี่ → ufabet ทางเข้า ระบบลื่น เสถียร ปลอดภัย รองรับการเล่นทุกอุปกรณ์
